ชอปปิ้งแบบเจ็บใจๆ

มันเริ่มมาจากแว่นตาว่ายน้ำ เคยดูๆ ราคากับยี่ห้อไว้บ้างแล้ว ตอนแรก
เลยตั้งใจจะซื้อซัก 4-500 บาท พอไปลองสัมผัสกับของจริงๆ เข้า
ไอ้ที่ราคา 4-500 บาทที่คิดจะซื้อหนะมันไม่ไหวจริงๆ ซื้อไปก็คงใช้ไม่ได้
ต้องซื้อใหม่อยู่ดี เลยตัดใจซื้อ Speedo อันที่ราคาถูกที่สุด 880 บาท
ได้ใช้ว่ายน้ำไป 1 ครั้ง อาทิตย์ต่อมา Speedo ลด 20% โอ้วม่ายยยย
ทำไมไม่ลดตอนที่ผมซื้อ หรือทำไมผมไม่ซื้ออีกอาทิตย์นึง

ถัดมาเป็นกางเกงยีนส์ เจมส์บอกว่ามันมีโปรโมชั่นเอากางเกงยีนส์เก่า
ยี่ห้ออะไรก็ได้ ไปแลกซื้อ Levi's ได้ส่วนลด 1000 บาทแต่ต้องซื้อ
ของให้ครบ 2500 บาท ตอนแรกก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก แต่พอดีกลับบ้าน
ไปช่วยแม่คัดเสื้อผ้าเก่าที่จะเอาไปบริจาค เลยไปเจอยีนส์เก่าๆ ที่ใส่ไม่ได้
อยู่หลายตัวก็เลยนึกถึงเรื่องแลกยีนส์ขึ้นมาได้ เลยตัดสินใจลองเอาไปแลก
Levi's มาใส่ซักตัวดีกว่า ตอนไปซื้อก็เลือกอยู่ตั้งนานเพราะรุ่นมันเยอะ
จริงๆ แล้วดูใน catalog ก็ไม่รู้ว่ามันต่างกันยังไงเลยลองใส่มันซะเกือบ
ทุกรุ่น เล่นเอาพี่นิดกับพี่หนิงที่ไปช่วยดูเวียนหัวไปตามๆ กันนอกจากเรื่องที่มี
รุ่นให้เลือกเยอะแล้ว ปัญหาอีกอย่างก็คือราคาที่จะทำยังไงให้มันได้ 2500
ซึ่งของที่ดูๆ ไว้ตอนนั้นราคาเป็นดังนี้
- Levi's 535 ราคา 1350 ขาดอีก 1150 แต่ลองใส่ดูแล้ว
ก็เหมาะดี แต่รู้สึกเนื้อผ้ามันจะบางไปหน่อย
- Levi's 505 สีออกดำๆ หน่อย 1790 ขาดอีก 710 รุ่นนี้ทรง
จะเหมือนกับรุ่น 535 เลยแต่ผ้าหนากว่า
- Levi's 505 สีบลูยีนส์ออกเขียวนิดๆ 1690 ขาดอีก 810

ตอนแรกพี่นิดกับพี่หนิงเชียร์ 505 สีดำ แต่ผมตัดสินใจเลือก 505 สีบลูยีนส์
เพราะเสื้อผ้าส่วนใหญ่ผมสัดำ มันจะใส่กับกางเกงยาก ทีนี้มาดูของที่จะต้อง
ซื้ออีก 810 ก็มีเสื้อยืดราคา 890 อยู่หลายตัวแต่ผมไม่ค่อยชอบเท่าไหร่
พี่นิดเลยเริ่มเอาเสื้อเชิ้ตมาให้ดู ก็โอเคสวยดีแต่ราคา 1250 ตอนนั้นคิด
ว่าเสื้อยืด 890 กับเชิ้ต 1250 ซื้อเชิ้ตน่าจะคุ้มกว่าเมื่อเทียบกันแล้ว
เพราะปกติเสื้อเชิ้ตราคาจะประมาณ 700 ถึง 1000 กว่าๆ อยู่แล้วถ้า
เป็นแบบมียี่ห้อ แต่เสื้อยืดเนื้อผ้าประมาณเดียวกันตัวละ 2-300 บาทก็
เคยเห็นอยู่ สรุปสุดท้ายตัดใจซื้อ 505 ราคา 1690 กับเชิ้ต 1250
รวมเป็น 2940 อืม...เกิน 2500 ไปหลายร้อยเหมือนกัน

พอซื้อเสร็จเดินออกจากร้านมายืนรอพี่นิดดูเครื่องสำอางค์ vichy อยู่นั้น
อยู่ดีๆ ก็นึกขึ้นมาได้ว่าทำไมไม่ซื้อ 505 คู่กับ 535 ฟระ แพงกว่าที่ซื้อไป
อีก 100 นึงแต่ได้ยีนส์มาใส่ 2 ตัว หรือซื้อ 535 สองตัวก็เกิน 2500
ไปหน่อยเดียวเอง หรืออีกออปชั่นนึงก็คือไม่ต้องเอากางเกงเก่าไปแลกซื้อ
แต่ซื้อแบบลด 30% เอา แล้วก็ซื้อตัวเดียวไม่ต้องซื้ออย่างอื่นให้มันครบ
2500 เพราะจริงๆ ก็จะซื้อแค่ยีนส์ไม่ได้อยากจะซื้อเสื้อด้วยนี่นา โอยยย
มานึกอะไรได้ตอนนี้ อยากเขกหัวตัวเองจริงๆ ก็ได้แต่ปลอบใจตัวเองว่า
เอาหนะเสื้อมันสวยกระเป๋าก็เย็บต่อลายด้วยน้า ไม่แพงๆ ท่องๆว้ๆ เฮ้ออ

เรื่องสุดท้ายรองเท้าวิ่ง อันนี้ก็ตระเวนดูหลายร้านเริ่มด้วย super sport
โรบินสันรัชดา ตอนแรกก็กะซื้อไม่ให้แพงกว่า nike คู่เก่าที่ราคา 1700
เดินๆ ดูเจอ 2 คู่ที่ถูกใจคือ nike จำรุ่นไม่ได้สีขาวแดงราคาลดแล้วเหลือ
1350 แต่ดันไม่มีไซส์กับ diadora สีขาวแดงแต่ก็จำรุ่นไม่ได้อีกเช่นกัน คู่นี้
เบาสุดๆ กระชับมากๆ แต่ราคาลดแล้ว 2350 อืม...แพงไปๆ ยังไม่เอา

และเนื่องจากจะต้องไปเอากางเกง Levi's ที่ตัดขาที่เซ็นทรัลลาดพร้าว
ก็เลยได้ไปแวะดูรองเท้าที่ shop adidas ที่เซ็นทรัลลาดพร้าวด้วย เข้าไป
ในร้าน โอ้ววว สวยๆทั้งนั้นแต่ราคาประมาณ 4000 up ทั้งนั้นลด 15% แล้ว
ก็ยังแพงไปอยู่ดี เลยลองขึ้นไปดูที่ super sport อีกร้านคราวนี้เจอ adidas
ถูกใจอีกคู่เป็นรุ่น Boost สีเทาส้มไซส์ก็มีแต่ลด 20% แล้วก็ยัง 2450 อยู่ดี
ค้นไปค้นมาไปเจอรุ่นเดียวกันแต่ผลิตออกมาล๊อตก่อนหน้านี้ สีเทาขาวดูๆ แล้ว
ก็โอเคอะ สวยน้อยกว่าหน่อย แต่ราคาลดเหลือแค่ 1800 เองรับได้ๆ เอาแบบ
นี้หละเฟ้ย ก็สู้อุตส่าห์ดีใจว่าจะได้รุ่นเดียวกันแต่ราคาถูกกว่าแล้วแท้ๆ แต่ก็ดีใจ
ได้แปบเดียว สุดท้ายก็ฝันสลายเมื่อไม่มีไซส์อีกตามเคย ฮ่วยยย

วันรุ่งขึ้น ดูที่ sport world ที่สีลมก่อนไม่เจอแจ่มๆ เลยที่ลดราคาก็มีน้อย
แถมที่ลดก็ลดน้อยกว่าที่ super sport อีก เลยเดินเลยไปดูที่ super sport
สีลมต่อ ก็ไม่มีที่ถูกใจอีกเหมือนเคย เลยข้ามฝั่งไป super sport ในห้าง
เซ็นทรัลสีลม คราวนี้เจอแจ่มๆ 3 คู่เป็น adidas ทั้งหมด

คู่แรกเป็นรุ่น Boost เหมือนที่เจอที่ super sport เซ็นทรัลลาดพร้าว
สีเทาส้มแต่เป็นส้มอ่อนกว่าที่ลาดพร้าว ที่นี่ลดแล้วเหลือ 2150 (ราคาลดแต่ละที่
ไม่เท่ากันจริงๆ ทั้งที่รุ่นเดียวกัน) แต่คู่นี้ไซส์เล็กไปนิดนึง แบบว่าใส่เดินไป
เดินมาหละก็ได้ แต่ถ้าต้องให้วิ่งไกลๆ สงสัยจะไม่ไหว ตัดทิ้งๆ

คู่ต่อมาเป็น adidas Ozweego สีขาวเหลืองลดแล้วเหลือ 2214 คู่นี้ผม
ชอบมากๆ รูปทรงสวยไม่เทอะทะเหมือนรองเท้าวิ่งทั่วๆไป ออกแนวใส่ไปไหน
มาไหนหรือใส่เที่ยวได้ หรือถ้าจะใส่ไปเล่นกีฬาอย่างอื่นก็ใส่ไปได้สบาย เพราะ
พื้นมันไม่หนาและหัวรองเท้าก็ไม่เชิดขึ้นเหมือนรองเท้าวิ่งทั่วๆไป แต่ด้วยความ
ที่พื้นไม่หนานี่เองทำให้ พอลองใส่วิ่งดูแล้วรับแรงกระแทกสู้ Boost ไม่ได้ก็เลย
จำใจต้องยอมตัดคู่นี้ทิ้งเช่นกัน

คู่สุดท้ายเป็น adidas adiZero สีขาวเหลืองอีกเหมือนกัน จริงๆแล้วถ้า
มองเผินๆ แทบที่จะแยกไม่ออกเลยระหว่าง adiZero กับ Ozweego เพราะ
เหมือนกันมาก ต่างกันที่ลวดลายนิดหน่อย ที่ต่างกันเห็นจะเป็นพื้นของ adiZero
ที่หนากว่าเล็กน้อยและหัวรองเท้าที่เชิดขึ้นนิดหน่อยแต่ก็ไม่ถึงขั้น Boost ผมลอง
ใส่แล้ววิ่งๆ เดินๆ ดูก็รู้สึกว่ารับแรงกระแทกได้ดีกว่า Ozweego ที่สำคัญมีไซส์ด้วย
ราคาที่ลดแล้วเหลือ 2394 เอาคู่นี้หละฟระ

และด้วยความที่เข้าใจว่าถ้าใช้บัตรเครดิตเซ็นทรัลซื้อจะได้ลดเพิ่มอีก 5% ราคาก็
น่าจะอยู่ที่ประมาณ 2100 หละนะ แม้จะเกินงบที่ตั้งใจไว้ไปหลายร้อยแต่นาทีนั้น
2100 ก็เอาหละฟระความอยากได้มันบังตา ก็เลยโทรไปขอให้พี่เอิ๊กเดินฝ่าสายฝน
มารูดบัตรเครดิตเซ็นทรัลให้ ปรากฏว่ามันไม่ยอมลดเพิ่ม 5% เฮ้อออเซ็งกันไป
เลยต้องซื้อที่ราคา 2394 นอกจากนี้ขณะที่รอเค้าคิดเงินอยู่ดันเหลือบไปเห็นอีกคู่
สีเทาน้ำเงิน ราคาแค่ 1760 อะจ๊ากก ก็ได้แต่ปลอบใจตัวเองว่าคู่นั้นมันคงใส่
ไม่ดีเท่าคู่นี้ร๊อก มันรับแรงกระแทกได้ต่างกัน ถ้าต้องวิ่งไกลๆ เข่าอะสำคัญนะ
คู่นี้แหละดีแล้ว

พอออกจากห้างเจอฝนเท่านั้นแหละ เริ่มจิตตกเลย เฮ้ยย...ถ้าเกิดเราใส่คู่นี้
มาทำงานแล้วเจอฝนหละ หรือวิ่งอยู่สวนลุมแล้วอยู่ดีๆ ฝนตกหละ มันจะเละ
ขนาดไหนเนี่ย ยิ่งสีขาวๆแบบนี้ ต่อให้ไม่ต้องเจอฝนยังดูแลยากเลย จะซักก็คง
ลำบากอีก อ๊าาาก ตรูพลาดอีกแล้วเหรอเนี่ย นี่ถ้าซื้อ adidas Boost สีเทาส้ม
ที่เซ็นทรัลลาดพร้าวแต่แรกก็คงไม่ต้องมาห่วงเรื่องการดูแลรักษาหรือเรื่องฝน
อย่างนี้หรอกมั้ง ไม่รู้มันจะเข้าตำรา "เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย" มั๊ยเนี่ย T T

สิ่งใดที่เกิดขึ้นแล้ว

สิ่งใดที่เกิดขึ้นแล้ว ดีทั้งนั้น ^_^