ช่วงที่ดีที่สุด
กลับมาจากเซ็นทรัลลาดพร้าวได้ดู The Curious Case of Benjamin Button อีกรอบ
ทำให้นึกถึงคนบางคน กับช่วงเวลาที่ดีที่สุดช่วงนึงแม้ว่าจะเป็นแค่เพียงช่วงเวลาสั้นๆ
รองเท้าใหม่
หลังจากใส่มา 2 ครั้งต้องยอมรับว่า adiZero แจ่มจริงๆ ที่เห็นชัดๆ เลย
ก็คือเรื่องรับแรงกระแทกที่ทำได้นุ่มนวลมาก และถ้าวางเท้าให้ได้ระนาบ
มันจะมีแรงส่งนิดๆ ระหว่างก้าว อีกเรื่องที่ประทับใจก็คือเรื่องการระบาย
ความร้อน ผมใส่วิ่งรอบสวนลุมไป 2 รอบยังรู้สึกสบายเท้าอยู่เลย ต่าง
จาก nike คู่เก่าที่วิ่งไปได้ซักครึ่งรอบจะเริ่มรู้สึกร้อนที่เท้า ที่ยังห่วงอยู่
ก็เหลือแค่การดูแลรักษาเพราะมันขาวจั๊วะ กับจุดที่เย็บต่อระหว่างปลาย
รองเท้าผ้าที่เป็นตาข่ายกับหนังที่เป้นเส้นโค้งที่เชื่อมกับพื้นยาง ผมกลัว
มันจะขาดง่ายเพราะมันต้องเสียดยีกับปลายเท้า และต้อง งอ และบิดขณะ
วิ่งตลอดเวลา
เผชิญหน้าปั๊กคุง
วันนี้ขณะที่ผมกำลังรีบเดินขึ้นบันไดจะไปให้ถึงห้องเพราะปวดฉี่จากการกิน
น้ำมากไปหลังจากไปวิ่งมา ผมขึ้นมาจะถึงหน้าห้องอยู่แล้วอยู่ๆ ผมก็ได้ยิน
เสียงผู้หญิงตะโกนเรียกชื่อ ชื่อนึง ซึ่งผมฟังไม่ถนัดนักว่าชื่ออะไร พอพ้น
บันไดที่พักระหว่างชั้น 4 กับชั้น 5 เท่านั้นหละครับ ผมถึงบางอ้อเลยว่าจริงๆ
แล้วผู้หญิงคนนั้นเค้าเรียกหมาของเค้านั่นเอง แว่บแรกที่นึกขึ้นมาได้ก็คือ
เอ๋...เค้าให้เลี้ยงหมาได้ด้วยเหรอ ทันใดนั้นเจ้าปั๊กคุง(นามสมมติ) มันก็หัน
มาสบตาผม และด้วย speed เร็วกว่านรก อึดใจต่อมาปั๊กคุงก็มายืนอยู่แทบ
เท้าผม พระเจ้าจอสสสสส ด้วยอาการทำอะไรไม่ถูก ผมเลยแกล้งตาย
ชอปปิ้งแบบเจ็บใจๆ
มันเริ่มมาจากแว่นตาว่ายน้ำ เคยดูๆ ราคากับยี่ห้อไว้บ้างแล้ว ตอนแรก
เลยตั้งใจจะซื้อซัก 4-500 บาท พอไปลองสัมผัสกับของจริงๆ เข้า
ไอ้ที่ราคา 4-500 บาทที่คิดจะซื้อหนะมันไม่ไหวจริงๆ ซื้อไปก็คงใช้ไม่ได้
ต้องซื้อใหม่อยู่ดี เลยตัดใจซื้อ Speedo อันที่ราคาถูกที่สุด 880 บาท
ได้ใช้ว่ายน้ำไป 1 ครั้ง อาทิตย์ต่อมา Speedo ลด 20% โอ้วม่ายยยย
ทำไมไม่ลดตอนที่ผมซื้อ หรือทำไมผมไม่ซื้ออีกอาทิตย์นึง
ถัดมาเป็นกางเกงยีนส์ เจมส์บอกว่ามันมีโปรโมชั่นเอากางเกงยีนส์เก่า
ยี่ห้ออะไรก็ได้ ไปแลกซื้อ Levi's ได้ส่วนลด 1000 บาทแต่ต้องซื้อ
ของให้ครบ 2500 บาท ตอนแรกก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก แต่พอดีกลับบ้าน
สุดสัปดาห์
วันศุกร์ :
ดูเครื่องซักผ้าที่ akihabara สีลมต่อด้วย home pro และ powerbuy รัชดา
รีบขึ้นรถไฟฟ้ากลับไปงานเลี้ยงพลอยที่ร้าน sortel ถนนนราธิวาสฯ ขึ้นรถผิด
ต้องลงเดินตั้งแต่ถนนสีลมจนถึงร้าน - -" ปาร์ตี้สนุกดี กลับถึงห้องเกือบตีสอง

วันเสาร์:
ตื่นตอนเช้ารีบกลับบ้าน ถึงบ้านแปลงร่างเป็นคนสวนด้วยการ พรวนดินย้ายต้นไม้
เอาต้นไม้ลงกระถางทั้งวัน เหนื่อยสุดๆ ตกเย็นรีบบึ่งจะไปงานวันเกิดปุ๊ยที่ข้าวสาร
แต่หมดแรงนั่งหลับในรถมาตลอด เลยโทรไปบอกปุ๊ยว่าไม่ไปแล้ว โดนปุ๊ยพูดซะ
เปิดบ้านรัฐมนตรีคลัง
เมื่อวานได้ดูรายการตาสว่าง เป็นเทปที่พิธีกรคือคุณสัญญากับอาจารย์วีระ
ไปบ้านคุณกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผมเคยได้
ดูรายการที่สัมภาษณ์คุณกรณ์เกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวท่านมา 2-3 ครั้งแล้ว
แต่เมื่อวานได้เห็นคุณกรณ์ในแบบสบายๆ ที่บ้านพร้อมด้วยลูกๆ ของท่าน
ก็เป็นอีกแง่มุมหนึ่งพี่ผมรู้สึกชื่นชมท่าน มีช่วงหนึ่งที่ท่านบอกว่าท่านมักจะ
สำรวจตัวเองอยู่เสมอๆ และก็มีบ้างที่รู้สึกเหลิงๆ ไปกับอำนาจหรือการ
เอาอกเอาใจจากคนรอบข้าง ก็ต้องคอยเตือนตัวเองไม่ให้หลงไปกับสิ่ง
เหล่านี้ ถ้านักการเมืองไทยหลายๆ คนคิดและปฏิบัติได้อย่างคุณกรณ์
ประเทศคงจะเจริญก้าวหน้าไปได้อีกเยอะ เฮ้ออออ
แก๊งสามหนุ่มกับเจ๊สี+เก่ง ตะลุย The Music Room
วันนี้เจ๊สี่เกิดอยากปลดปล่อยสวัสดิกะ เลยชวนไปคาราโอเกะแถวๆ ม.หอการค้า
ตอนแรกผมก็ไม่ค่อยอยากไปเท่าไหร่ แต่ก็เหมือนอย่างเคยสุดท้ายทำไปทำมา
ก้ตามเค้าไปจนได้ - -"
ร้านที่เจ๊สี่ชวนไปชื่อ The Music Room ถ้าเข้าจากฝั่งวิภาวดีจะอยู่ตรงหัวมุม
แยกแรกพอดี ร้านนี้ราคาเรียกว่าโดนใจสุดๆ ห้องเล็ก(ไม่เกิน 5 คน) ชั่วโมงละ
99 บาทห้องประมาณ 8 คน ชั่วโมงละ 150 โอ้วพระเจ้าจอสสส ร้องไป 3
ชั่วโมงยังถูกกว่าร้องที่ i Karaoke ชั่วโมงนึงอีก
บรรยากาศในห้องก้ถือว่าใช้ได้ถ้าเทียบกับราคาแล้ว เรื่องอาหารหรือเครื่องดื่ม
ไม่ต้องห่วงเพราะเค้าจะไม่มีน้องๆ มายืนกดดันๆ จะสั่งอะไรดีคะ ร้านนี้เราอยากกิน


